2007/Nov/22

วันนี้ผมขอร่วมต้อนรับการลงโรงของหนัง "รักแห่งสยาม" ด้วยการพูดถึงเรื่องความรักกับเค้าบ้าง
ที่จริงผมเองมันก็ไม่ใช่นักรัก หรือผู้สันทัดกรณีว่าด้วยความรักอะไรหรอก (แต่ถ้าความ ใคร่ ล่ะก็ไม่แน่ อิ อิ )
ตั้งแต่เกิดเป็นตัวเป็นตน มีคนรักมาแล้วก็ไม่กี่คน
จำความได้ว่าคนรักคนแรกมาจุติกลางตัวกลางใจผมก็ตอนเรียนปริญญาตรี ปีสุดท้ายแล้ว
คนต่อมาก็ช่วงเรียนปริญญาโท
ทั้ง 2 คนนี้ เป็นอดีตไปกันหมดแล้วล่ะครับ

จะว่าไป
ผมเองก็ไม่ใช่คนที่วิ่งหาความรักเลยนะครับ
แต่ไหนแต่ไรมาผมไม่เคยมีความรู้สึกว่า อยากมีแฟน อยากมีคนรัก
(เพื่อนผมคนหนึ่งมันใช้คำว่า  อาการหัวใจเป็นสัด )
แต่ไหนแต่ไรมา ผมตั้ง เข็มมุ่ง หรือเป้าหมายชีวิตไว้ที่การเรียน
ผมไม่เคยกะเกณฑ์ว่าตัวเองจะต้องมีความรัก มีคนรักเมื่อช่วงใดของชีวิต
ผมไม่เคยวิ่งหาความรัก
เพระฉะนั้น ผมไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่มาบ่น มาพูดให้ผมฟังว่า อยากมีแฟนๆๆร่ำร้องว่า เมื่อไหร่จะมีแฟนๆๆ
ผมไม่เข้าใจหรอกครับ

ถึงผมจะไม่เคยวิ่งหาความรัก
แต่พอบทมันจะเข้ามา มันก็เข้ามาของมันเอง ทีละเล็ก ทีละน้อย
พอมันมีเข้ามาเมื่อไหร่และผมแน่ใจแล้วว่า คนนั้นคือคนที่ ใช่ สำหรับผมในแต่ละช่วงของชีวิต
ผมก็เต็มที่กับมัน ดีใจ สุขใจและพร้อมจะเจ็บหรือเสียใจกับมันอย่างเต็มที่ เมื่อถึงเวลาจะต้องเจ็บ

ด้วยเหตุนี้ ผมก็พอจะพูดได้ว่า
ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวผมก็พอเข้าใจเรื่องความรักตามแบบ ตามความหมายของผมอยู่เหมือนกัน
จะว่าไปแล้ว ความรักก็เป็นปรากฏการณ์ที่อยู่คู่กับสัตว์มนุษย์มาแต่ไหนแต่ไร (แล้วมันมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า )
บางคนถึงกับพูดว่า ชีวิตของเขาจะต้องไม่แล้งความรัก (ไอ้คนทีพูดประโยคนี้ ก็เพื่อนผมคนหนึ่งนั่นแหละ เพิ่งคุยกันใน M เมื่อคืนวานนี่เอง)
ประมาณว่า ความรัก ก็น่าจะเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงชีวิตอย่างหนึ่ง
แล้วถ้าอย่างนั้น ความรักน่าจะถือเป็นปัจจัยที่เท่าไหร่ เมื่อนับจากปัจจัย 4 ที่เรารับรู้กันอยู่แล้ว

สำหรับคำถามนี้
ส่วนตัวแล้วผมว่า ความรัก มันก็ถือเป็นปัจจัย 4 ที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้วนั่นแหละ
ไม่ต้องไปคิดมากเพื่อที่จะจัดว่ามันควรจะเป็นปัจจัยที่เท่าไหร่หรอก

ผมคิดว่า ความรัก ก็เหมือนบ้าน
ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังเก่า หรือบ้านหลังใหม่
มันก็ให้ความอบอุ่น เป็นที่พักพิงได้
และมันจะเป็นบ้านที่แสนสุขยิ่งขึ้นหากทั้งสองฝ่ายต่างก็ช่วยกันดูแลรักษาบ้านของหัวใจกันและกัน

ในขณะเดียวกัน
ความรัก ก็เปรียบเสมือนอาหาร เสื้อผ้าและยารักษาโรค
เป็นอาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตและหัวใจให้มีชีวิตชีวา ชุ่มชื่น
หรือในยามต้องการความอบอุ่น
ความรักก็เป็นเสื้อผ้าที่กันลมกันฝน กันแดด ให้กับหัวใจและชีวิตของเรา
เมื่อไหร่ที่ประสบปัญหา ไม่ต่างจากยามโดนไข้เล่นงาน
ความรักจากคนรัก ก็เป็นดั่งยารักษาความเจ็บไข้หรือปัญหานั้นๆ
ด้วยคำปรึกษา ด้วยความคิดความปรารถนาดี ความช่วยเหลือ
จากคนรักที่อยู่เคียงข้างเรา

edit @ 22 Nov 2007 13:48:28 by cancer

ผมเอง ที่ผ่านๆมามีคนที่อยู่ในสถานะเป็นคนที่ผมเคยรักมาแล้ว
แม้ผมเองจะมีคนรักใหม่
แต่ผมเองก็ยอมรับนะ แต่ละคนไม่เหมือนกัน
คนใหม่ ก็เป็นคนใหม่ คนเก่าก็เป็นคนละคนที่ไม่เหมือนกัน
แม้ปัจจุบัน เราจะมีคนรักใหม่ แต่ก็ไม่เคยลืมคนรักเก่า ผมยังคิดถึงเขาเสมอ
ไม่ว่ามันจะเพิ่งผ่านไป 1 วินาที 1 นาที 1 ชั่วโมง 1 วัน 1 สัปดาห์ 1 เดือน 1 ปี
หรือจะอีกกี่วินาที อีกกี่นาที อีกกี่ชั่วโมง อีกกี่วัน อีกกี่สัปดาห์ อีกกี่เดือน อีกกี่ปี
ผมก็ไม่เคยลืมเขาเหล่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมงที่ผมได้รับความสุข หรือความเศร้าจากเขา
ความรู้สึกยังคงเดิม ความทรงจำยังชัดเจน
ช่างปะไร ถ้าใครจะมองว่าผมเป็น คนที่ยึดติดกับอดีต

 

edit @ 22 Nov 2007 13:51:23 by cancer

edit @ 22 Nov 2007 13:51:52 by cancer

2007/May/03

เมื่อไม่นานมานี้ ลงไปทำงานทางใต้มา ตระเวนไปหลายจังหวัดทีเดียว
ลงไปไล่ขึ้นมาจากตอนล่างตั้งแต่ปัตตานี (เซี้ยว เสียวววววววววววววว) สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานีและชุมพร
แต่ละที่ที่ไปน่าอยู่น่าทำงานทีเดียวครับ รวมทั้งที่นี่ "เกาะยอ"
แห่งลุ่มทะเลสาบสงขลา ทางฝั่งตะวันออกของน่านน้ำทะเลไทย

สงขลาน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก (หน้าตาดีด้วย หุ หุ) จริงๆครับ

สามสี่จังหวัดชายแดนทางใต้บ้านเรานี่ถ้าไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ

ผมว่าก็ยังเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่น่าเที่ยวมากที่สุดอีกพื้นที่หนึ่ง

ก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้เหตุการณ์ร้ายๆในพื้นที่ตรงนี้ยุติลงในเร็ววัน

ป.ล.

ทริปนี้ ตอนแรกกะว่าจะเร่งงานให้เสร็จแล้วจะได้แว็บจากฝั่งอ่าวไทยไปฝั่งอันดามันมั่ง

เพื่อเยี่ยมเยียนถิ่นฐานบ้านเกิด บ้านเดียวกับนายหัวชวน อดีตนาย่อกนั่นแลครับ

จะได้กราบไหว้ญาติโกโหติกาผู้ใหญ่ ที่ไม่ได้เห้นหน้าเห็นตากันมาหลายปี (เผื่อจะมีแบงค์ห้าร้อยแบงค์พัน ติดปลายนวมมาให้มั่ง)

แต่ทำไปทำมา เร่งยิกๆๆๆๆๆๆ ยังไงงานก็ไม่เสร็จก่อนกำหนด เลยอดครับ

ไว้เที่ยวหน้าละกัน

 

edit @ 22 Nov 2007 15:23:15 by cancer

2007/Apr/10

ปล่อยบล็อกนิ่งเสียนาน วันนี้เลยเข้ามาทำให้เคลื่อนไหวเสียหน่อย
ด้วยการรายงานเหตุการณ์จากชายหาดเสม็ดที่ผมกับเพื่อนๆ เพิ่งไปมาเมื่อวันที่ 24-26 มีนาคม ที่ผ่านมา
พื้นที่เกิดเหตุคือที่ หาดทับทิม หรือ หาดรูบี้ (ทำไมไม่ชื่อ "บี้รู" ให้รูแล้วรู้รอดกันไปเลยวะ)
ซึ่งตั้งอยู่ ทางด้านตะวันออกของเกาะเสม็ด

เพลาที่เหตุเกิด คือเย็นวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2550 เวลาประมาณ 5 โมงเย็น

คนแวดวง วงการเดียวกันกับผมน่าจะพอรู้จักและเคยได้ยินกิตติศัพท์ของหาดนี้มาบ้าง
ไปเสม็ดเที่ยวที่แล้ว ยังไม่เห็นอะไรที่ชวนประทับใจที่หาดนี้ซักเท่าไหร่
เพราะดันทะลึ่งไปเดินเตร่กันตอนเที่ยงๆ
เมื่อไปเสม็ดอีกทีครั้งหลังสุดคือเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน
ผมและเพื่อนร่วมทริปก็เลยเปลี่ยนแผนเสียใหม่
โดยการไปเตร่ที่หาดนี้เมื่อเวลาแดดร่มลมตก ..... สถานการณ์ค่อนข้างดีที่เดียว
แม้จะไม่ดีเด่นนัก แต่ก็มีอะไรให้ดูเพลินๆ ไปได้เรื่อยๆ

เพื่อนรุ่นน้อง 2 หน่อ และแฟนผม 1 หน่อ กับตัวผม 1 หน่อ รวมเป็น 4 หน่อ
นั่งล่อ (อาหารว่าง) กัน อยู่ริมหาดทับทิม
แล้วสายตาหาเรื่องของ ไอ้วอนนนน .. 1 ใน 4 หน่อ ก็ชนเข้าอย่างจังกับ

กล้วย and ไข่

ใครที่เคยไปเสม็ดคงจะคุ้นเคยกับวินพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ขายไข่ปิ้งกันใช่มะครับ
แต่วันนั้น ตอนนั้น ที่หาดแห่งนั้น..ไม่มีไข่ปิ้งครับพี่น้อง
มีแต่..........................ไข่สด

ใช่แล้วครับ
ไข่สดๆ เลยครับ เป็นพวงตุงๆอยู่ในหว่างขาของไอ้หนุ่มวัยทำงานคนนึง
มันนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านหลังวงของพวกผม ห่างออกไปแค่ช่วงก้าวเดิน 2-3 ก้าวเท่านั้นเอง
ช่างเป็นไข่สดที่ตั้งใจนำเสนอเสียเหลือเกินครับ
ในแผงขายกางเกงขาสั้นที่ปลายขากว้าง ชนิดเอาหัวทั้งหัวมุดเข้าไปก็ได้
ขาข้างนึงของเจ้าของไข่วางลงบนพื้นทราย ในขณะที่อีกข้างยกขึ้นพาดเหนือเก้าอี้
อ้าซ่า ท้าสายลมและไอทะเล .. ก็อากาศมันร้อนปานนั้น ต้องเอาไข่ผึ่งลมหน่อยสิเนาะ
แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือตั้งใจ..ที่ทางลมมันผัดผ่านมาจากด้านที่พวกผมนั่งอยู่พอดิบพอดี
หมอนี่ก็ดัน..เอ๊ย..หันไข่มารับลมในทิศทางที่สายตา
ไอ้ วอนน มันหันไปพอดีอี๊ก
เท่านั้นแหละ .. พี่ๆๆๆๆ ไข่ๆๆๆ ..
ไอ้วอนนน มันบอก
ได้ยินไข่ๆๆๆ ผมกับคนอื่นๆ ก็หัน...แต่ไม่ถึงกับหันขวับหรอกนะ ..(เดี๋ยวไม่งาม)
สายตาชนกับไข่ตุงๆ เต็มๆ 2 ตาเลยครับ
โอ้ววววววววววววววววว.... กล้วย กับ ไข่ พวงใหญ่ทีเดียวเชียว... เปลือกกล้วยเปลือกไไข่สีน้ำเงินเข้ม ห่อหุ้มกล้วยและไข่ใบเขื่องเอาไว้
เจ้าของไข่ ก็เห็นนะครับ ว่าพวกเราคงจ้องอยู่
แต่หาได้ซ่อนไข่ไม่ ... ผมเข้าใจครับ..ผมเข้าใจ..ก็อากาศมันร้อนนนนนนนนนนน่ะ
แต่แหม... แน่จริงทำไมไม่แกะเปลือกไข่ออกฟระ
ไข่จะได้รับลมได้เต็มๆ ..
(กรู) เลยอดเห็นพวงไข่แกว่งโต้ลมโต้คลื่นเลยว่ะ


ซักพักพอผมลงไปเล่นน้ำกัน เล่นไปได้ซักครู่
ก็มีใครไม่รุ มาเล่นน้ำป้วนเปี้ยนๆ อยู่ข้างกลุ่มของพวกผม
ดูดีๆก็พบว่า..อ้าวว..พ่อหนุ่มไข่สดเมื่อกี้นี่เอง
คราวนี้เอาไข่ลงมาแช่น้ำทะเลด้วยวุ้ย ..